Summer with girl from ipanema…

bossa02“Tall and tan and young and lovely, the girl from Ipanema goes walking” ประโยคขึ้นต้นของบทเพลงสุดคลาสสิค “The girl from Ipanema” ที่ฟังในช่วงนี้ พาให้เราเริงร่าและล่องลอยคิดถึงภาพสาวสวยเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำสีสันสดใสริมหาด ในวันแดดดีที่มีสายลมเย็นจากทะเล นี่เป็นสุ่มเสียงและความคิดที่บอกว่า “Summer” ที่มีชีวิตชีวา ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วใช่ไหม…?”

คุณผู้อ่านคิดเหมือน GO หรือเปล่า 2-3 ปีมานี้ไม่ว่าจะไปชิลล์ที่ไหน ตามร้านกาแฟชิคๆ หรือว่ารีสอร์ทฮิบๆ 8 ใน 10 ของสถานที่เหล่านั้น เรามักได้ยินเพลง Bossa ดังคลออยู่ในไลฟ์สไตล์ เป็นเมโลดี้อย่างหนึ่งที่ฟังแล้วรู้สึกรีแลกซ์ เป็นตัวแทนของวันพักผ่อนได้เป็นอย่างดี เราลองไปทำความรู้จักกับที่มาของดนตรีสไตล์นี้กันเสียหน่อย

Garota de Ipanema

สำหรับแนวเพลงสไตล์อื่น คงยากที่จะค้นหาว่า มีบทเพลงไหนเป็นจุดเริ่มต้นของดนตรีสไตล์นั้น แต่สำหรับ Bossa Nova แล้ว กลับมีความชัดเจนมากถึงมากที่สุดว่าที่มาของดนตรีสไตล์นี้ทั้งหมดมีจุดกำเนิดมาจากเพลงสำคัญ คือ เพลงหนึ่ง นั่นคือ “The girl from Ipanema” เพลงที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญที่สองนักดนตรีเกิดไปเห็นสาวสวยคนหนึ่งเดินผ่านบาร์ที่พวกเขานั่งแต่งเพลงทุกวัน 

 เรื่องมีอยู่ว่า เพลงนี้แต่งขึ้นโดยสองนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ของประเทศบราซิล ชื่อว่า คาร์ลอส โจบิม (Antônio Carlos Jobim) และ วินิเชียส มอร์เรส (Vinicius de Moraes) พวกเขาก็เหมือนกับนักดนตรีทั่วไปที่ออกมาหาแรงบันดาลใจตามร้านกาแฟ นั่งมองชีวิตผู้คน มองสาวๆ ดูความเคลื่อนไหวที่ไม่เร่งรีบของเมืองชายทะเล

ในเดือนเมษายนปี ค.ศ. 1962 ทั้งโจบิมและมอร์เรสคลุกอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งชื่อ “เวโลโซ่” (Veloso Bar) ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนทางเดินลงหาด “อิปานิมา” (Ipanema) ของเมืองริโอ เดอ จาน เนโร ที่บาร์นั่นเอง เมื่อมองออกไปมีสาวสวยแรกรุ่นชื่อว่า “เฮโล่ พินเฮียโร่” (Helô Pinheiro) เธอเดินผ่านมาโปรยเสน่ห์  (กรุณานึกภาพสโลว์โมชั่นตาม) เมื่อเธอเยื้องย่างมาในบาร์ ต้องได้ยินเสียงผิวปาก “วี้…วิ้ว” จากหนุ่มๆ เฮโล่กำลังเป็นสาวสะพรั่ง ยืนบนความสูง 5 ฟุต 8 นิ้ว ผิวสีแทน ผมสีน้ำตาลเข้มยาวสลวยปลิวลม เธอมาที่บาร์แห่งนี้บ่อยๆ เพื่อซื้อบุหรี่ให้แม่บางวันเฮโล่ทำให้หนุ่มๆ ใจละลาย เพราะเธอเดินมาในชุดว่ายน้ำทูพีซบ้างสุดแสนเซ็กซี่แทบจะบ้าตายเพราะสาวบราซิลเซี่ยนคนนี้เพิ่ง 15 หยกๆ  16 หย่อนๆ นั้นเอง

นอกจากรูปร่างที่ชวนมองแล้ว เสน่ห์ของเฮโล่อีกอย่าง คือ เธอจะสงวนท่าที ไม่พูดไม่จากับใคร ซื้อของเสร็จก็เดินจากไป ได้แต่ทำให้หนุ่มๆ ในร้านมองกันเหลียวหลัง เพราะเธอมุ่งหน้าไปนอนอาบแดดที่ชายหาด อิปานิมา

จุดนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้ มอร์เรส รจนาความงามของเธอ โน้ตลงบนกระดาษทิชชู่ ก่อนที่จะกลับไปเรียบเรียงเป็นคำร้องภาษาโปรตุเกสว่า “Minena que Passa” (หรือ The Girl Who Passes By) ส่วนโจบิม รายนี้อาการหนักกว่า เอาความงามที่ติดตาต้องใจ ไปคิดเป็นทำนองผ่านเปียโน เมื่อทั้งคู่เอาผลงานมาอวดกัน ระหว่างเนื้อร้องที่แสนเซ็กซี่กับเมโลดี้ที่ Easy Listening ทำให้เกิดเป็นบทเพลงที่ไพเราะบทเพลงหนึ่งของโลก ในลีลาของตัวโน้ตที่มีความยั่วยวน ผ่อนคลาย และฟังสบายหู โจบิมและมอร์เรสถือโอกาส ออกแสดงเพลงใหม่เพลงนี้ทั่วกรุงริโออยู่หลายเดือนจนหมดซัมเมอร์ ผสมผสานความเป็นดนตรีแจ๊ซแบบอเมริกันเข้ากับเสียงดนตรีพื้นเมืองของบราซิลได้อย่างกลมกล่อม โดยมีกีตาร์สายไนลอนเป็นตัวชูโรง ในปลายปีนั้นเอง โจบิม มีโอกาสนำเพลงนี้ไปแสดงที่ Carnegie Hall กรุงนิวยอร์ค เวทีทองของนักดนตรีในยุคนั้น ด้วยเมโลดี้และจังหวะจะโคนเฉพาะตัว เพลงนี้ถูกถามถึงทันทีว่าเป็นสไตล์อะไร แล้วในภาษาโปรตุเกส สิ่งที่โจบิมร้อง มันหมายถึงอะไร โจบิมอธิบายให้หลายคนเข้าใจถึงที่มาที่ไปเป็นฉากๆ นักวิจารณ์เพลงเมืองลุงแซมเรียก ให้ฉายาคาร์ลอส โจบิมว่า เป็นคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองจากบราซิล โดยให้นิยามเพลงลักษณะนี้ว่าเป็น “Bossa Nova” ในเวลาต่อมา    

 การทัวร์อเมริกาในหนนั้น โจบิมถือโอกาสตั้งชื่อเพลงนี้เสียใหม่ว่า “Garota de Ipanema”  (หรือหญิงสาวแห่งอิปานีมาในภาษาโปรตุเกรส) มีหลายสตูดิโอชอบใจ อยากได้เพลงนี้ไปบันทึกเสียงจึงร้อนถึงนักแต่งเพลงชื่อดังแห่งยุคอย่างนอร์แมน กิมเบล (Norman Gimbel) คนเดียวกับที่เคยแต่งเพลงยอดฮิตอย่าง “Killing Me Softly” นอร์แมนมาถ่ายทอดเเพลงนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษว่า “The Girl from Ipanema” หลังจากนั่นคงไม่ต้องบอกว่า “The Girl from Ipanema” โด่งดังเป็นพลุแตกแค่ไหน เพลงนี้ได้รับรางวัลออสการ์ เฮ้ย…ไม่ใช่ รางวัลแกรมมี่อวอร์ด สาขา Record of the Year ในปี 1965 ด้วยในเวอร์ชั่นของนักร้องสาวเสียงทรงเสน่ห์อย่าง กิลเบอร์โต้ (Astrud Gilberto) ที่ทำงานร่วมกับมือแซ็กโซโฟนขั้นเทพชาวอเมริกันชื่อ สแตน เก็ตซ์ (Stan Getz) โดยมีคาร์ลอส โจบิมและวินิเชียส มอร์เรส อยู่เบื้องหลัง

 แน่นอนว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป เพลงนี้ถือว่า เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ถูกคัฟเวอร์มากที่สุดเพลงหนึ่งของโลก ไม่ต่างจาก I Will Survive หรือ Fly Me to the Moon ทุกๆ การถูกร้องซ้ำ ประพันธ์ซ้ำ ก็ยิ่งเป็นการเผยแพร่ของดนตรีBossa Nova ให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเท่านั้น

 กลับมาที่สาวสวยอย่าง “เฮโล่” เมื่อเพลงยิ่งดังขึ้น มีสื่อมวลชนจำนวนมาก เล่นประเด็นตามหาหญิงสาวที่อยู่เพลงนี้ ว่าใคร คือ  “The Girl from Ipanema” ตัวจริง?  แต่ “เฮโล่” ผู้เป็นแรงบันดาลของเพลงนี้ เธอกลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าเพลงที่กำลังฮิตอยู่ระเบิดระเบ้อนั้น มีที่มาจากเสน่ห์ของตัวเองแท้ๆ จนวันหนึ่งเพื่อนของเธอที่เป็นแฟนคลับ คาร์ลอส โจบิม ได้นัดแนะให้ทั้งสองพบกัน เฮโล่ ประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่เชื่อว่านี่เป็นความจริง แถมยังคิดว่า โธ่เพ่…นี่เป็นเพียงมุกตื้นๆ ที่นักดนตรีใช้ป้อสาวเท่านั้น แต่ต่อมาเรื่องนี้ก็ได้รับการยืนยันจากวินิเชียส มอร์เรส ผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่า “เฮโล่” นี่แหละเป็น ที่มาของ “The Girl from Ipanema” เจ้าตัวรู้สึกทึ่ง ที่อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคนดังระดับประเทศ เธอคนนี้เองที่ทำให้ชายหาด Ipanema ในบราซิลเป็นมีชื่อเสียงในฐานะชายหาดของสาวเซ็กซี่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อ้อ…ลืมบอกไปว่าคาร์ลอส โจบิม ผู้ได้ชื่อว่าเป็น God Father ของ ดนตรี Bossa Nova นั้น สุดท้ายก็ไม่ได้แอ่มน้อง “เฮโล่” หรอกเพราะว่าเธอมีคนรักของเธออยู่แล้ว  แถมชียังสลัดรักหนุ่มๆ เป็นว่าเล่น เพื่อก้าวสู่การเป็นนางแบบสุดฮอตให้นิตยสาร Playboy ไปซะอย่างนั้น …

About a girl 

ปัจจุบัน เฮโล่ พินเฮียโร่ (Helô Pinheiro) อายุ 67 ปี แม้เธอเป็นอดีตตัวแม่ ในฐานะนางแบบสุดเซ็กซี่ของนิตยสาร Playboy แต่ตอนนี้ตำแหน่งนั้นตกเป็นของ ทิเซียเน่ พินเฮียโร่ (Ticiane Pinheiro) ลูกสาวคนสวยของเธอไปเสียแล้ว ใครไปริโอ ก็ไปทักทายกับเฮโล่ตัวจริงได้ เพราะเธอเปิดร้านเสื้อในย่านอิปานีมาด้วย

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Add to favorites
  • email
  • Live
  • MSN Reporter
  • RSS
  • Twitter
  • Wikio
  • Yahoo! Bookmarks
  • Yahoo! Buzz

comment closed

Copyright © 2010 GOLIVEPAPER.COM · All rights reserved · Designed by GOLIVEPAPER
Powered by GOLIVEPAPER