Top 10 Must-See Places in South Africa

gansbaaiคงไม่มีใครลงทุนตีตั๋วบินไปชมการแข่งขันฟุตบอลโลกถึงแอฟริกาใต้ และตั้งใจไปนั่งชมการดวลแข้งในสนามเพียงอย่างเดียว นี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะขอเวลานอกเดินออกจากสนาม แล้วไปสัมผัสกับธรรมชาติอันน่าตื่นตะลึงของดินแดนหลากสีสันในอีกซีกโลกหนึ่ง ต่อไปนี้ คือ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่จะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกนี้

 Table Mountain และ Cape Peninsula

            ด้วยเหตุที่สองสถานที่นี้อยู่ใกล้กัน เราเลยถือโอกาสจัดมารวมกันเป็นแห่งเดียว เพราะคงไม่มีใครไปเยือนเพียงสถานที่เดียวเป็นแน่ Table Mountain คืออุทยานแห่งชาติที่สวยงามของเคปทาวน์ เป็นภูเขาที่เก่าแก่และสูงถึง 1,086 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่มีบริการรถกระเช้าให้คุณขึ้นไปชมทัศนียภาพที่สวยจับจิตของเมืองเคปทาวน์จากบนยอดเขาที่ตัดตรงเป็นแนวยาวคล้ายโต๊ะ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูเขาแห่งนี้ ขณะที่ Cape Peninsula เป็นชายหาดของเคปทาวน์ซึ่งเป็นที่อาศัยของนกเพนกวินแอฟริการาว 3,000 ตัวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดสายตา

 Robben Island

            เกาะเล็กๆ ที่ห่างจากชายฝั่งเคปทาวน์ราว 7 กิโลเมตร ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษการเมืองหลายคน รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เนลสัน มันเดลา ก็เคยถูกจองจำที่นี่นานเกือบ 20 ปี ปัจจุบันเกาะแห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลก มีการจำกัดผู้ชมไม่เกิน 300 คนต่อวัน (จึงต้องจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน) นอกจากการเดินชมอดีตอันโหดร้ายในเรือนจำเก่าที่ยังคงสภาพเกือบสมบูรณ์แล้ว ไฮไลท์อีกอย่างของเกาะแห่งนี้คือนกทะเลและนกเพนกวินแอฟริกาที่อาศัยอยู่มากมายริมชายหาด เพราะ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาธรรมชาติรอบบริเวณนี้ถูกรบกวนน้อยมาก

 Winelands

            เส้นทางแห่งการปลูกไวน์ในเมืองสเตลเลนบ็อสซ์ (Stellenbosch) ใกล้กับเคปทาวน์ ถือเป็นแหล่งผลิตไวน์คุณภาพของแอฟริกาใต้ คุณจะได้ชมไร่องุ่นอันเขียวขจีสวยงามตลอดเส้นทาง พร้อมๆ กับการลิ้มรสกลมกล่อมของไวน์หลายชนิด ยิ่งไปกว่านั้นบ้านเรือนในบริเวณนี้ยังคงสถาปัตยกรรมแบบเคปดัตช์ที่หาชมได้ยาก เป็นที่รู้กันในหมู่ Wine Lover ว่าชีวิตนี้ต้องไปจิบไวน์รสชาติพื้นเมืองที่นี่สักครั้ง

 Gansbaai

            หมู่บ้านชาวประมงและชายฝั่งทะเลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งชมฉลามขาวที่ดีที่สุดในโลก (เนื่องจากบริเวณนี้มีอาหารอย่างแมวน้ำและนกเพนกวินอาศัยอยู่มาก) ถึงขนาดมีบริการให้นักท่องเที่ยวดำน้ำอยู่ในกรงใต้เผชิญหน้ากับฉลามขาวตัวเป็นๆ อย่างใกล้ชิดและระทึกขวัญสุดๆ แต่สำหรับคนขวัญอ่อนก็สามารถชมปลาโลมาน่ารักๆ ได้จากริมผา De Kelders และทักทายฝูงนกเพนกวินแสนเชื่องบนเกาะ Dyer ได้เช่นกัน ในอดีตเคยพบว่าประชากรนกเพนกวินที่นี่เยอะกว่าชาวประมงเกือบหนึ่งเท่าตัว

 Garden Route

            ถนนเลียบชายหาดทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของแอฟริกาใต้เส้นนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Eden of South Africa” หรือ “สวนอีเดนแห่งแอฟริกาใต้” ผู้มาเยือนที่รุ่มรวยรสนิยม มักจะเช่าเปิดประทุมขับรถชมวิวสวยๆ สองข้างทางที่นอกจากทิวเขาและผืนป่าสีเขียวอันกว้างใหญ่แล้ว ยังอาจจะได้เห็นสัตว์ป่าบางชนิด นกสายพันธุ์ต่างๆ ตลอดจนผ่านหาดทรายขาวพร้อมตัวประกอบอย่าง โลมา แมวน้ำ รวมทั้งวาฬสายพันธุ์ Southern Right ในช่วงกรกฎาคมถึงปลายปีด้วย

 Drakensberg Mountain Range

            คำว่า “Drakensberg” เป็นภาษาดัตช์หมายถึงมังกร (Dragon) ด้วยความสูง 3,482 เมตร ทำให้แนวเขาที่เป็นหินภูเขาไฟสีดำแห่งนี้สูงที่สุดในแอฟริกาใต้ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อันเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นหินรูปทรงแปลกประหลาด น้ำตก Tugela ที่สูงถึง 850 เมตร ดอกไม้ป่านานาพันธุ์ และที่พลาดไม่ได้คือภาพเขียนโบราณบนผนังหินของชาวพื้นเมืองเผ่าซันที่ยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ที่นี่เป็นศูนย์รวมรีสอร์ทชั้นนำในแอฟริกาใต้ เพราะมีโลเคชั่นระดับ Postcard View น่าประทับใจ

 KwaZulu Natal Battlefields

            อดีตสมรภูมิรบระหว่างชนเผ่าซูลูราว 20,000 ชีวิต ที่มีเพียงหอกและโล่ ที่เข้าโรมรันกับกองทัพทหารอังกฤษจำนวน 1,700 นายที่มีอาวุธครบมือ ในสงครามอาณานิคม ส่งผลให้ชาวซูลูเสียชีวิตมากมายในปลายยุค 1800 ซึ่งทุกวันนี้ควาซูลูถือเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสูญเสียและเป็นชัยชนะที่กองทัพสิงโตคำรามไม่ภาคภูมิใจนัก (นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสนามรบของชาวอังกฤษและชาวดัตช์ด้วย) ท่ามกลางลานกว้างสีเชียวชอุ่มที่มองไปสุดสายตา จะพบอนุสาวรีย์และป้ายหลุมฝังศพเรียงรายไปด้วย ทำให้ที่นี่มีความงดงาม ความสงบ และเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ

 Soweto

            เมืองในเขตชานเมืองโจฮันเนสเบิร์กแห่งนี้เป็นที่อาศัยของชาวโจฮันเนสเบิร์กกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ และเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญหาการเหยียดสีผิวในอดีตของแอฟริกาใต้ เนื่องจากถูกจัดให้เป็นที่อาศัยของชาวแอฟริกันผิวสีตั้งแต่ค.ศ.1904 เป็นต้นมา หากได้มาที่นี่อย่าพลาดแวะไปเยือนบ้านเก่าของเนลสัน มันเดลา พิพิธภัณฑ์โซเวโต ตลอดจนภาพวาดพระแม่มารีผิวดำบนผนังในโบสถ์ Regina Mundi ที่นี่เป็นจุดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนแอฟริกัน

 The Cradle of Humankind

            ห่างจากโจฮันเนสเบิร์กไปทางเหนือ 50 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งสถานที่ทางธรรมชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหุบเขาและถ้ำมากมาย รวมทั้งถ้ำสเติร์กฟอนเทนอันเลื่องชื่อ ซึ่งมีซากฟอสซิลที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2-3 ล้านปีเลยทีเดียว โดยเฉพาะโครงกระดูกโบราณที่หลายคนรู้จักอย่าง Mrs. Ples กะโหลกศีรษะสุภาพสตรีในยุคไดโนเสาร์ซึ่งมีอายุ 2.15 ล้านปี

 Kruger National Parkgardenroute

            แน่นอนว่าจุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไม่พลาดคือ การมาตามล่าหาสัตว์ป่า “The Big Five” ได้แก่ สิงโต เสือดาว ช้าง ควายป่า และแรด รวมทั้งสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ อย่างยีราฟ กวาง ม้าลาย หมาใน ฮิปโปโปเตมัส จระเข้ และสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอีกกว่า 220 ชนิด ในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์อันเลื่องชื่อที่มีอายุเกือบร้อยปี และมีพื้นที่กว้างขวางเกือบ 20,000 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ยังมีบริการบ้านพักให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ซาฟารีแบบข้ามคืนอีกด้วย

 You Must Know about South Africa

ในปี ค.ศ1500 กองเรือของชาวดัตซ์เป็นยุโรปชาติแรกที่มาเทียบเรือที่แอฟริกาใต้ ชาวดัตซ์รุ่งเรืองในดินแดนแห่งนี้ 200 ปี ก่อนที่มหาอำนาจอย่างอังกฤษจะเข้ามาปกครองแอฟริกาใต้ในฐานะดินแดนอาณานิคมในปี ค.ศ. 1814 รวมระยะเวลาร่วม 400 ปีที่แอฟริกาใต้ได้รับอิทธิพลทางศิลปะวัฒนธรรมจาก 2 ชาติใหญ่ ที่ทุกวันนี้ยังทิ้งร่องรอยให้เห็นผ่านงานสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า
เคปดัตซ์และนิวอิงแลนด์

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Add to favorites
  • email
  • Live
  • MSN Reporter
  • RSS
  • Twitter
  • Wikio
  • Yahoo! Bookmarks
  • Yahoo! Buzz

comment closed

Copyright © 2010 GOLIVEPAPER.COM · All rights reserved · Designed by GOLIVEPAPER
Powered by GOLIVEPAPER